CEO โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ ใช้ ABTC เข้าจีน
CEO ต้องบินไปประชุมที่เซินเจิ้น 2 ครั้ง/เดือน ปกติขอ Business Visa รอ 7-10 วัน — เปลี่ยนมาใช้ ABTC ไม่ต้องขอวีซ่าอีกเลย ประหยัดเวลาและค่าธรรมเนียมปีละ 50,000 บาท
บัตร ABTC ใช้เดินทางใน 21 ประเทศ APEC โดยไม่ต้องขอวีซ่า สำหรับนักธุรกิจไทย — เราดำเนินการตั้งแต่ยื่นเอกสารถึงรับบัตร
APEC Business Travel Card อายุ 5 ปี ใช้เดินทางได้ 21 เขตเศรษฐกิจ APEC โดยไม่ต้องขอวีซ่า ค่าธรรมเนียมราชการ 4,500 บาท + ค่าบริการ ใช้เวลา 3-4 เดือน
นิติบุคคลไทย + ผู้บริหาร/เจ้าของกิจการ + ไม่มีคดีอาญา
1 วัน
หนังสือรับรองบริษัท, งบการเงิน, พาสปอร์ต, รูปถ่าย
3-5 วัน
ขั้นตอนพิจารณาภายในไทย ~1 เดือน
30 วัน
ระบบ APEC ส่งคำขอตรวจสอบ 21 เขตเศรษฐกิจ
60-90 วัน
ใช้เดินทางได้ทันทีไม่ต้องขอวีซ่า
1 วัน
(1) สัญชาติไทย (2) ผู้บริหาร/เจ้าของกิจการของบริษัทไทย (3) ไม่มีคดีอาญา (4) เคยเดินทางต่างประเทศบ่อย (5) บริษัทดำเนินกิจการมาแล้ว 1 ปีขึ้นไป
AU, BN, CA, CL, CN, HK, ID, JP, KR, MY, MX, NZ, PG, PE, PH, RU, SG, TH, US, VN, TW — สหรัฐฯ และแคนาดาเป็น 'transitional member' (ใช้บัตรเข้าได้แต่ไม่ได้ Fast Track)
3-4 เดือนรวม — ฝั่งไทย 1 เดือน + APEC clearance 21 ประเทศ 2-3 เดือน
ค่าราชการ 4,500 บาท + ค่าบริการ 15,000-25,000 บาท ขึ้นกับความซับซ้อนของบริษัท
APEC Business Travel Card (ABTC) เป็นบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจที่ใช้แทนวีซ่าใน 21 เขตเศรษฐกิจ APEC — ไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า เข้าผ่าน APEC Lane (ช่องเร็วในสนามบิน) อายุบัตร 5 ปี เข้าได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ครั้งละ 60-90 วัน ขึ้นกับประเทศปลายทาง — เหมาะกับนักธุรกิจที่บินบ่อย โดยเฉพาะคนที่ต้องประชุมจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฮ่องกง ไต้หวัน ออสเตรเลีย
คุณสมบัติ — เป็นพนักงานบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องในไทย ไม่มีประวัติอาชญากรรม มีหนังสือรับรองจากนายจ้างว่ามีความจำเป็นต้องเดินทางเชิงธุรกิจสม่ำเสมอ — บริการของเราช่วยจัดเตรียมเอกสาร 12 รายการ และติดตามผ่านทุกประเทศ APEC ครบ 21 เขต ใช้เวลาเฉลี่ย 4-6 เดือน
บริการเสริม — ขอจดหมายเชิญจากคู่ค้าต่างประเทศ แปลเอกสารบริษัท รับรองกงสุล MFA และคำปรึกษาเรื่องสิทธิประโยชน์ทางภาษีของการเดินทางเชิงธุรกิจ
ให้บริการในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยทีม Notarial Services Attorney ขึ้นทะเบียนสภาทนายความ — ปรึกษาฟรีก่อนใช้บริการ
ข้อตกลง 21 เขตเศรษฐกิจ APEC ว่าด้วยการเดินทางเชิงธุรกิจ
ขั้นตอนการยื่นและออกบัตรในไทย
CEO ต้องบินไปประชุมที่เซินเจิ้น 2 ครั้ง/เดือน ปกติขอ Business Visa รอ 7-10 วัน — เปลี่ยนมาใช้ ABTC ไม่ต้องขอวีซ่าอีกเลย ประหยัดเวลาและค่าธรรมเนียมปีละ 50,000 บาท
ใช้บินจีน-ญี่ปุ่น-เกาหลี-ฮ่องกง-สิงคโปร์-มาเลย์-ไต้หวัน ใน 1 บัตร 5 ปี — บินเฉลี่ย 8 ครั้ง/เดือน เข้า APEC Lane ไม่ต้องต่อคิว immigration ปกติ
❌ ไม่ทราบว่าแต่ละประเทศมีเงื่อนไขต่าง
✅ สหรัฐ-แคนาดาให้สิทธิ APEC Lane เท่านั้น ยังต้องมีวีซ่า — ต้องตรวจสอบรายประเทศ
❌ ลืมต่ออายุ
✅ บัตรอายุ 5 ปี เมื่อใกล้หมดต้องยื่นใหม่ตั้งแต่ต้น — ไม่มีต่ออายุ
❌ ใช้บัตรขณะลาออก
✅ บัตรผูกกับนายจ้าง — ลาออกต้องคืน ห้ามใช้ต่อแม้ยังไม่หมดอายุ
Framework และรายชื่อประเทศ
ขั้นตอนยื่นในไทย


ปรึกษาฟรี — ทีมทนาย NSA 6 ท่าน ครอบคลุมประจวบคีรีขันธ์ 8 อำเภอ
มาตรฐานวิชาชีพและกรอบกฎหมาย
ทีมงานทุกคนเป็นทนายความที่ได้รับใบอนุญาตเป็น ผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney — NSA) จากสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ตามข้อบังคับสภาทนายความว่าด้วยการขึ้นทะเบียนทนายความผู้ทำคำรับรองฯ พ.ศ. 2546 ออกตามพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ทุกฉบับที่รับรองมีตรา ลายมือชื่อ และเลขใบอนุญาตที่ตรวจสอบกลับได้ที่สภาทนายความ
เราเดินเอกสารต่อที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ)ทั้งสายการรับรองแบบเดิม (Consular Legalization) และApostille ตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีและเริ่มออก Apostille เมื่อ พ.ศ. 2567 จากนั้นต่อสถานเอกอัครราชทูตกว่า 80 แห่งในกรุงเทพฯ ตามที่ประเทศปลายทางกำหนด
คำแปลไทย–อังกฤษและภาษาหลักอื่น ๆ จัดทำโดยนักแปลที่ ได้รับการยอมรับจาก NAATI (ออสเตรเลีย), USCIS (สหรัฐฯ), UKVI (สหราชอาณาจักร), Standesamt (เยอรมนี) และสถานทูตญี่ปุ่น–จีน ทุกแพ็กเกจ แนบต้นฉบับและคำแปลในไฟล์เดียวกัน พร้อมหนังสือรับรองคำแปล (Translator Affidavit)
สำเนาหนังสือเดินทาง ทะเบียนสมรส งบการเงิน และเอกสารบริษัทของลูกค้า ถูกเก็บภายใต้พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562เก็บรักษาเฉพาะระยะเวลาที่กฎเก็บสำนวนทนายกำหนด จากนั้นทำลายตามนโยบายภายในของสำนัก
การรับรองทุกฉบับสามารถนำไปใช้ได้กับหน่วยงานราชการ สถานทูต มหาวิทยาลัย และศาลในต่างประเทศ เมื่อผ่านสายการรับรอง (Legalization Chain) ที่ประเทศปลายทางกำหนด ทีมประจวบคีรีขันธ์ของเราเป็นผู้รับผิดชอบสำนวนตั้งแต่รับเรื่อง จนถึงส่งมอบเอกสาร โดยไม่มีการส่งต่อให้บุคคลภายนอก